- hi ! : Guest ?
- เจ้าของ blog :
ผู้ชายแอบหวาน
- วันที่สร้าง : 2007-11-26
- จำนวนผู้ชม : 1789
- จำนวนผู้โหวต : 10
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||
ผู้คนมาก มายผ่านเข้ามา บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่น นั้น จากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรัก กัน
เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมี การเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่าง ของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย
หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่
บาง คน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คน รักกัน ....
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้
และ เมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ...
แต่ใน ทางกลับกัน...
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคย รัก คนเคยคุ้น ....กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ...
กลายเป็นคนแปลกหน้าทาง ความรู้สึกไป ...
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากัน เป็นแน่
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ...
ฉัน เชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยน แปลงของความรู้สึก...
ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความ รู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่า กัน...
เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1
ใน ความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ...
และ ในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ....
เราจึงมองเห็นความไม่ลง ตัว
เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ
กับคนบางคน เราอยาก เป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
กับ คนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ . .......
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป...
แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะ ห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึก อึดอัด....
เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ...
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลัง เดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม
กับบางคนเราก็ต้องการ ระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไป ไหน...
ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน
เจ็บปวดกับระยะห่าง ของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะ หันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...
เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า ....
แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุด ฉุดดึงอยู่เช่นนั้น
บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ...
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
ไม่เคย รับรู้ว่า ...
ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณ ไหน
แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ...
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มี ทางมาบรรจบ
การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน
บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต....
ระยะ ห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม....
ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่ วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่เรียกร้องให้ เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามา ใกล้ราวปฏิหาริย์...
เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา...
ให้ อีกคนหันกลับมามองบ้าง
ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณ อาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดิน หนี
ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสีย อะไรดี ๆ ไป
เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
เห็นใจกับการ รักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า
การ พยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี...เสียอีก...
แล้วคุณ ๆ เล่า
เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม...
เคยรู้สึก ไหมว่า บางที ความห่างไกล
กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผัน กัน
เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
หรือรู้สึกใกล้ กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม....
เคยคิดกันบ้างไหม ว่า
ระหว่างคนพยายามเดินหนี
คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไง ระยะห่างกลับเท่าเดิม
คนไหนเจ็บปวดไปกว่า กัน
หายไปนานเพราะยัง งงๆ กับตัวเองอยู่ หลังจากที่ไปดู รักแห่งสยาม กลับมาดูไม่เยอะเท่าไหร่หรอกครับ แค่ 3 รอบ หุหุ ขนาด 3 รอบ ก็ยังไม่หายจากอาการซึมๆ เลยนะ อะตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว ไม่ใช่ฟีเวอร์ อะไรนะครับ แต่ว่าอาจจะเป็นเพราะ เรียนรู้ความรู้สึกต่างๆ ที่ได้จากหนังเรื่องนี้เสียมากกว่าครับ
วันนี้มาก็เป็นเรื่องเดิมครับ เรื่องหัวใจ ขอหยิบยืมชื่อเพลงมาละกัน รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ
ผมเชื่อว่าหลายๆคน อาจจะมีความรู้สึกแบบนี้อยู่ เหนือ่ยนะ แต่ก็ยังไหวอยู่ หรือบางคนก็เป็นแบบว่า เหนื่อยแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง กับความเหนื่อยที่เกิดขึ้นกับความรัก หรือจิตใจของตัวเอง ณ เวลานั้น พยายามจะหาคำตอบ พยายามจะออกจากจุดนั้นให้ได้ แต่ก็ไม่รู้จะทำไง เพราะไม่รู้จริงๆ แต่อีกบางคนรู้ว่าจะออกแบบไหน ตรงไหนคือทางออก แต่ ณ เวลานั้นก็อย่างที่บอกว่าใจยังไหวอยู่ เลยขออยู่แบบนั้นก่อนก็มีเช่นเดียวกัน วันนี้ก็จะลองเขียนความรู้สึก เหนื่อย ที่เคยได้เจอมา หรือได้ฟังมา จากหลายๆคน จากคนรอบข้างดูบ้างว่า จะมีในรูปแบบไหนบ้าง
จริงๆแล้วความเหนื่อยมันเกิดขึ้นพร้อมกับความรัก หรือว่าทุกๆ รูปแบบของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น แค่เรารู้สึกว่าเรารักใครสักคน และเรามีหวังเล็กๆ ว่า เขาน่าจะอย่างโน้น น่าจะอย่างนี้ หรือเป็นอย่างที่เราคิด แต่เมื่อไม่ได้อย่างที่หวัง หรือไม่ได้อย่างที่ได้ตั้งใจไว้ ความน้อยใจก็เริ่มจะมา อาการเสียใจก็เริ่มมี
เริ่มกันเลยดีกว่าเคยไหมที่เราพยายามกับความรักที่มีอยู่ หรือทำอะไรที่เราไม่เคยทำ เช่น ตื่นเช้ามา โทรศัพท์ไปปลุก ตื่นนอนยัง วันนี้ต้องไปต่างจังหวัดนะ หรือ นี่กำลังจะถึง office แล้ว กินไรไหมเดี่ยวซื้อไปให้ หรือว่า เดินผ่านเห็นอาหารน่าทาน อะซื้อไปให้ และอื่นๆ อีกมากมายที่เราทำ บางคนเยอะกว่านั้น ไม่กว่าจะเป็นการรีดเสื้อผ้าให้ การบีบยาสีฟันให้ตอนเช้าๆ บางคนเตรียมเสื้อผ้าให้ ดูแลแม้กระทั่งกระดุมขาด ก็นั่งเย็บให้ นั่นแหละทำไปได้ ไม่ใช่เพราะอะไร เพราะ รัก คำเดียวเลย
แรกๆ ก็คงดี แต่พอนานๆ เข้าเชื่อว่าทุกคนที่ยังมีรัก มีกำลังใจในรัก ก็คงบอกว่า ทำจนชินแล้ว หรือจะเป็น ก็ทำเพราะรักเขานี่ หรือว่าจะเป็น มันก็เป็นอะไรที่เราต้องทำอยู่แล้วนี่ ฯลฯ แต่เมื่อสิ่งที่ทำไปแล้วคนที่ได้รับ ไม่มองเห็นคุณค่าหละ หรือว่ามองผ่านไป เพราะเขาเห็นว่า เราทำประจำอยู่แล้ว มันเป็นปกติของเรา นั่นแค่เขาไม่เห็นความตั้งใจที่เราทำนะครับ นั่นยังไม่แรงเท่าประเด็นนี้ครับ แบบว่า เราตั้งใจทำทุกสิ่งอย่าง แต่สิ่งที่เราทำมาตลอดที่คบกันมา พอมา ณ วันนึง เขากลับมองสิ่งที่เราทำว่า ผิดหมด ผิดตลอด ผิดส่วนใหญ่ ไม่มีอะไรที่ทำถูกเลย ไม่มีดีในชีวิต เราจะรู้สึกอย่างไร ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้น
มันเหนื่อยไหมครับ...กับสิ่งที่เราทำมาโดยตลอด?
เหนื่อยไหม... กับสิ่งที่เราตั้งใจทำ ให้กับใครคนนึง ที่เรารัก?
เหนือยไหม...กับสิ่งดีๆ ที่เราเต็มใจที่จะมอบให้กับใครบางคนที่เข้ามาในชีวิต ?
บางคนนั่งเฝ้าคิดกับคำถามที่ถามตัวเอง ด้วยคำถามแบบนี้ ด้วยคำพูดแบบนี้ที่อีกฝ่ายได้แสดงออกมา หรือพูดออกมา ณ วันหนึ่ง ที่เขาไม่เหมือนเดิมอย่างที่คุณเคยเห็นมา...
เหมือนเช่นเพื่อนผมคนหนึ่ง...ที่วันหนึ่งเธอโทรมาหาผม ร้องไห้ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเธอ ขอสั้นๆนะครับ เธอพ้อว่า ทำไมหละ ไอ้ที่ฉันทำลงไป มันไม่ดีเลยสักอย่างเหรอ ทำอะไร ก็ทำผิดไปหมด ไม่เคยเลยที่จะได้ยินคำหวานๆ เอาอก เอาใจเลยสักครั้ง กับคนอื่นทำไรให้ได้ แต่กับเรา ไม่เคยทำเลย เหนื่อย มันเหนื่อยมาก และตอนนี้ก็รู้สึกท้อด้วย แต่เราก็รักเขานะ รักมาก
นั่นคือคนแรก หรืออย่างอีกคนเป็นรุ่นน้องของเพื่อน วันนั้นน้องเขามาหาเพื่อนผม แต่ก็นั่งคุยกัน น้องเขาก็บอกว่า หลังๆนี้แฟนเขาไม่ค่อยมีเวลาให้เลย จากเมื่อก่อนก็ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ว่าพักหลังมา ก็เริ่มเปลี่ยนไป บอกว่าเล่นบอลอยู่ บอกว่าไม่ว่างบ้าง เรียนบ้าง ขนาดตอนสี่ทุ่ม โทรไปก็บอกว่า ดูบอล แต่เดิมโทรไป ก็รับ แต่พักหลังๆ โทรไป ไม่ค่อยรับโทรศัพท์เลย บางครั้งโทรไป แค่สองครั้ง ก็บอกว่าโทรบ่อย
นั่นคือบางส่วนที่ผ่านเข้ามา และได้เจอมา บางคนบอกว่า ถ้าเกิดปัญหาก็หันหน้ามาคุยกันดิ มันเกิดไรขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ก็คุยกัน ไม่ใช่พอเลิกไปแล้ว ก็นั่งคิดว่า ถ้าวันนั้นฉันเป็นฝ่ายเข้าไปคุยด้วยก่อน วันนี้เราคงไม่แยกจากกัน อยากจะบอกว่า นั่นก็เป็นความคิดที่มีส่วนถูก แต่อย่าลืมว่าการคุยกันไม่ได้หมายความว่า ทั้งสองคน เคียร์ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น ให้ผ่านไปได้ เพราะบางครั้ง การคุยกันก็แค่ทำให้เราเข้าใจว่า อีกคนคิดอย่างไร เออ ฉันก็ไม่รู้นะว่าเธอจะคิดแบบนี้ มีเพื่อนบางคนบอกผมว่า คนเป็นแฟนกันคุยกันได้ทุกเรื่อง ส่วนคนที่เป็นเพื่อนกันคุยได้บางเรื่อง อันนี้ส่วนตัวผมนะ ผมว่ามันตรงข้ามกันกับผม เพราะกับเพื่อนผม ผมคุยได้หมดเลย แต่กับคนที่ผมรัก มันไม่ทุกเรื่องอะ เพราะผมคิดว่า อ้าว เป็นแฟนกันเรื่องแค่นี้ไม่รู้เหรอ ทำไมเธอไม่รู้หละ (นั่นแหละครับ หวังว่าเขาจะเข้าใจเราซะทุกอย่างไง เลยไม่พูด )
นั่นก็เป็นตัวอย่างความ เหนื่อยที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยความรัก หรือความสัมพันธ์แบบไหน มันมีอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องจริงส่วน จะมากหรือน้อย มันขึ้นอยู่กับเราว่า เราจะจัดการกับความ เหนื่อยนี้อย่างไร หากวันนี้หัวใจเราบอกว่าไม่ไหวแล้ว เหนื่อยนักกับรักนี้ คนที่เรารักอยู่ เขาได้ให้สัญญาณอะไรมาบ้างแล้ว ถึงอยู่ก็เหมือนยื้อเวลาเฉยๆ บางครั้งอาจจะเจ็บปวดมากกว่านี้ ถ้ายังไม่ถอยออก
ผมเข้าใจในความรู้สึก ณ ตอนนั้น ในเวลาที่เรารักเขาอยู่ เรามักจะหาข้อแก้ตัว หรือไม่ก็ข้ออ้างดีๆ ให้กับเขาเสมอ และเช่นกันอย่าลืมรักตัวเองให้มาก และหาเหตุผลดีๆให้กับตัวเองด้วยเช่นกัน แล้วเราจะได้อยู่กับตัวเอง ได้ดูแลหัวใจตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป และอยากบอกว่า ถ้าเขาไม่เห็นค่ายังไม่น่าสงสารเท่าตัวเองไม่เห็นค่าของตัวเราเอง อันนี้น่าสงสารสุดแล้ว วันนี้หันมารักตัวเองให้มากขึ้นได้แล้วครับ
รักแห่งสยาม
เมื่อวานนี้เป็นวันอาทิตย์ วันหยุดสุดสัปดาห์ เลยได้เวลาพักผ่อนสักที เลยชวนเพื่อน ไปดูด้วย ก็เห็นคนบอกว่าเป็นหนังที่ดี หนังครอบครัว ได้ข้อคิดหลายๆอย่าง อันนี้เขาบอกมาอะครับ เลยไปดู
หลังจากเดินออกจากโรงภาพยนต์ออกมา ถามว่าสิ่งที่ได้จากหนังภาพยนต์เรื่องนี้ได้อะไรบ้างนะเหรอ สำหรับผม ผมบอกว่าเยอะครับ ได้ข้อคิดเยอะทีเดียว
สิ่งแรกคือการค้นหาความรักที่มีอยู่ในตัวเรา บางครั้งเราเองก็อยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไร บางครั้งก็ไม่อยากรู้หรอก แต่มันก็เข้ามา พอเข้ามาก็อยากจะรู้จักให้มากขึ้นอีกคุณเชื่อไหมว่าคนบางคนต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อหาความหมายของคำๆนี้ หาสิ่งที่เกิดขึ้นๆจริงๆที่มีหลายหลากรูปแบบของความรัก แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่ามันเป็นแบบไหน มันเป็นยังไง อันนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับว่า เพศไหน อายุเท่าไหร่ ประสบการณ์มาก หรือน้อย แต่มันอยู่ที่ว่า คุณมองความรักที่เกิดขึ้นในรูปแบบไหน และคุณยอมรับมันได้มากน้อยแค่ไหน...
สิ่งที่ต่อมาคือการเข้าใจในความรัก หรือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น คนเรามีความสัมพันธ์กับคนอื่นๆในหลายๆรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น พ่อกับแม่, พี่กับน้อง, เพื่อน, ความรักระหว่างชายกับหญิง, ความรักระหว่างชายกับชาย หรือว่าจะเป็นความรักระหว่าง หญิงกับหญิง และในลักษณะอื่นๆ อีกมากมาย
ผมเอง มีรูปแบบความรักที่เป็นหนึ่งในสาม จากข้างหลัง ณ วันนี้เอง ผมเองก็ยังมีคำถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไร? และคำตอบก็มีเยอะ ไม่ว่าจะเป็น ทำตามที่ใจต้องการ หรือว่าจะเป็น แคร์ความรู้สึกของคนรอบข้าง มันล้วนแล้วแต่เป็นคำตอบที่เกิดขึ้น
จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้อย่างเช่นตัวละครที่ปรากฏอยู่ โต้ง มิว หญิง และ จูน เป้นตัวละครที่เราน่าค้นหา และน่านำกลับมาคิด
โต้ง ผู้มีความกล้าที่จะค้นหาและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
มิว ผู้ที่กล้าที่จะยอมรับการตัดสินใจของคนที่ตนรัก และคนอื่น
จูน สาวสวยที่มีความเด็ดเดี่ยวที่จะใช้ชิวิตในโลกนี้ด้วยตัวเอง และต้องเป็นคนดี
หญิง สาวน้อยผู้น่ารักที่กล้าที่จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม
ไม่ว่าความรักที่เกิดขึ้นกับคุณ ณ วันนี้จะเป็นในรูปแบบใด คุณลองถามตัวคุณเองว่า วันนี้คุณเข้าในความรักที่เกิดขึ้นกับคุณมากน้อยแค่ไหน...

เข็มนาฬิกาเดินมาที่จุดหมายที่ผมอยากให้ถึงตั้งแต่เที่ยงวัน 4.45 เป็นเวลาที่ผมชอบเสียเหลือเกิน เพราะนั่น หมายถึง บทบาทหน้าที่ และการทำงานของวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ 10 นาที ก็มี message มาทาง msn ของผม
"ติ๊ง" พอเสียงนี้หยุดลง สายตาผมก็ได้เห็น msn กระพริบ มือของผมลากเมาส์ผ่านงานทุกอย่างที่อยุ่บนหน้าจอ มายัง msn ที่ขึ้นมา หลังจากที่กดมาดูชื่อเจ้าของ msn ที่ส่งมาแล้ว ก็ยิ้มนิดๆ แต่หัวใจตอนนั้นเริ่มสั่นแล้ว ก็ได้คุยกันไปจนหมดเวลาทำงานจริงๆ และบทสนทนา ทาง msn ณ วันนี้กับคนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามา ตั้งแต่ตอนเที่ยง ก็หยุดลง
นั่งถามตัวเองว่าเป็นไรไป แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่เข้ามาคุยด้วย ไม่เห็นแปลกตรงไหน
แปลกดิทำไมไม่แปลกก็เมลย์นี้มันอยู่ใน msn มาตั้งนานแล้ว แล้วทำไมพึ่งมาคุยวันนี้
ก็อาจจะเป็นเพราะว่า add มาแล้วก็ไม่เคยได้คุยกันก้ได้
แล้ว ทำไมทั้งคู่จำไม่ได้ว่าใคร add .ใครก่อน
เอาเป็นว่าได้คุยแล้ว ก็แล้วกัน แล้วไม่เห็นมีไรแปลกตรงไหนเลย ก็คุยกับคนอื่นๆทุกวัน
มีดิ ก็มันแปลกที่ความรูสึกไง มันรู้สึกเลยว่าตัวเองรู้สึกแปลกๆไป
================================================================================================
Daily Overview for November 29, 2007
Provided by Astrology.com Daily Extended Forecast
Quickie:
Take a bigger and better initiative -- let your curiosity lead you to new places.
Overview:
Go all-out in your efforts to do something nice for your sweetheart or close the deal with that new client. You've got to make sure that you're giving your all, even if it feels like it's just a bit too much.
================================================================================================
นั่นคือคำทำนายสำหรับวันนี้ ที่ทาง yahoo ได้บอกมา อืม...มันก็ตรงบ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดไรหรอก เพียงแต่คิดว่ามันน่าจะมีคำตอบเรื่องหัวใจเล็กๆอยู่ในนั้น (ไหนบอกว่าเรื่องไหนก็ไม่ใหญ่เท่าหัวใจไง ไงวันนี้บอกว่า หัวใจเล็กๆหละ...!)
หลังจากนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเปลี่ยนจากงานที่ทำเป็นการเปิดบล็อกขึ้นมาเขียนไรเล่นๆหน่อย แล้วเสียงโทรศัทพ์ก็ดังขึ้น มองดูรายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก็บอกกับตัวเองเลยว่า นั่นแกได้เบอร์มาแล้วจริงๆ และเป็นเบอร์ที่แกหาเองซะด้วย แสดงว่าที่แกได้มา มันเป็นเบอร์เขาจริงๆ
การสนทนาที่เกิดขึ้นก็ไม่มีไรอะไรมากมีแค่เรื่องเดียวคือ ใครรู้จักใครก่อน ได้เมลย์กันและกันมาได้ยังไง แต่คุณเชื่อไหม แค่เรื่องแค่นี้ คนเราก็สามารถคิดไปได้เยอะมาก หลังสิ้นสุดเสียงสนทนา สิ่งที่เกิดขึ้นกับความรู้สึก มันยิ่งแตกต่างออกไป หลายๆคำถามเริ่มถามตัวเองอีกครั้ง รักครั้งแรก มันก็มี แต่ก็น้อยเช่นกัน เราคงไม่โชคดี ขนาดนั้นหรอก ...
ลองเขียนความรู้สึกของตัวเองออกมาหลายๆข้อ บทสรุปที่ได้ก็คือ รู้สึกดี ณ ตอนนี้เราแค่ รู้สึกดี แค่นั้น ถ้าคิดจะเป็นมากกว่านั้น สุดท้ายมันก็ต้อง เป็นเราที่เจ็บ
ตอนนี้ถามว่า กลัวที่จะมีรักอีกครั้งหรือเปล่า ก็ไม่ได้กลัวนะ แต่เรารู้อะไรมาเยอะแล้ว เรื่องหัวใจเป็นเรื่องที่จะบอกว่ายาก ก็มันยาก จะบอกว่าง่าย มันก็ง่าย เหมือนตอนนี้เหมือนกัน ถ้าตัดสินใจว่า ชอบ มันก็ตัดสินใจได้ แต่ยังไม่อยาก เป็นมือที่สาม ที่ต้องทำให้ความรัก ความสัมพันธ์ ที่เขามี กับอีกคนสิ้นสุดลง แม้ว่าเราเองจะไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เป็นแบบนั้น แต่เราก็อดคิดแบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้าเราเป็นคนที่เขาต้องหมดรัก เราเองก็คงเสียใจ เพราะงั้น ผมควรที่จะรอ...ให้เวลาเป็นเครื่องนำทาง ให้ความเข้าใจ...เดินทางไปกับเครื่องนำทางที่มีอยู่ ... และเรียนรู้หัวใจตัวเอง และหัวใจของคนที่ผ่านเข้ามาจะดีกว่า
เชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้
บางครั้งเกิดขึ้นมาโดยที่เราไม่ได้เลือกที่จะให้เกิดเลย
แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับว่า เราเป็นแค่เบรคโฆษณาเท่านั้นหรือ
อาจะสั้นบ้าง บางครั้งช่วนนั้นเรทติ้งดี ยาวหน่อย แต่สุดท้ายก็แค่นั้นเอง
บางคนกว่าจะรู้ตัวครับว่าเราเป็นได้แค่นี้ ก็นานครับ แต่พอรู้ตัวก็แน่นอนครับ
เสียใจมาก เศร้ามากเลยนะ มันเฮริทร์มากเลย แต่เราต้องยอมรับมันให้ได้
อันนี้ยังไม่หนักเท่าไหร่ แต่สำหรับที่รู้ตัวแต่ถอนตัวไม่ได้ นี่ซิ
มันเศร้ายิ่งกว่า และก็มีอีกเช่นกัน รู้ทั้งรู้ว่าเป็นได้แค่คนคั่นเวลา
แต่ก็พร้อมที่จะเป็นแบบนี้ เพราะคิดว่าถ้าไม่เป็นแบบนี้เราก็จะไม่ได้เป็นอะไรเลย
บางครั้งความรักของคนเรานี้แปลกนะครับ
แปรเปลี่ยนได้ง่ายๆ บางครั้งได้ยินเพลงเศร้าๆหน่อย น้ำตาก็ไหลได้เช่นเดียวกัน
โดยส่วนใหญ่แล้วความรู้สึกว่าเป็นได้แค่คนคั่นเวลาเท่าที่เห็นก็คงจะเกิดขึ้นจาก
ความเป็นเพื่อนครับ เพราะไอ้คำ คำนี้แหละครับตัวดีเลย
เริ่มแรกก็เป็นเพื่อนกันก่อนคะ หรือผู้ชายบางคนก็บอกว่า ผมก็ไม่รู้นะว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่เริ่มแรกเราเป็นเพื่อนกัน... และอีกหลายๆจุดเริ่มต้น
แต่นั่นแหละครับที่ได้ยินมาเยอะ
เมื่อเพื่อนมีปัญหาหัวใจ
และยิ่งเป็นเพื่อนที่สนิทกันด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา
ในการให้คำปรึกษาเพื่อนก็ต้องระบายเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนฟัง เมื่อได้ฟังเพื่อนระบาย
ส่วนใหญ่จะเห็นใจในความรักของเพื่อน อยากให้เพื่อนมีความสุข ก็จะหาคำแนะนำดีๆ
ที่เป็นทางแก้ไขปัญหาให้เพื่อน บางคนก็เป็นตัวกลางสมานฉันท์ซะเลย
แต่ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีการใดๆ
มีอยู่สิ่งหนึ่งครับที่เหมือนกันนั่นก็คืออยากให้ความรักของเพื่อนผ่านความรู้สึก
หรือเหตุการณ์ตรงจุดนั้นไปได้
วันเวลาผ่านไปความเป็นเพือนก็ผูกพันกันมากขึ้น
เข้าใจกันมากขึ้น เวลามีปัญหาอะไรก็เริ่มคุยให้ฟัง บางคนก็ทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ
เช่นเป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน เป็นเพื่อนร่วมกลุ่มกัน และอีกหลายๆอย่างที่ทำให้ได้ผูกพันกัน
ยิ่งถ้าได้ทำงานด้วยกันแล้วต้องออกไปทำงานข้างนอก
หรือว่ามีงานสังคมที่ต้องออกงานด้วยกัน
ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่เกินเพื่อนไปแล้ว
บางคนยังถือว่าโชคดีหน่อยที่พอจะทราบว่าเขามีแฟนอยู่แล้วก็พอที่จะรู้ตัวบ้างว่า
เรานั้นอยู่ในระดับไหน เพราะยังสามารถที่บอกกับตัวเองได้ว่าอย่ามากไปกว่านี้
อย่าคิดเกินกว่านี้ อย่าทำอะไรที่มากไปกว่านี้
แต่สำหรับบางคนที่ไม่เคยทราบเลยว่าคนที่เขากำลังรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนนั้นมีแฟน
หรือว่ามีคนที่เขารักหรือเปล่านี่ซิ วันนึงที่ทราบความจริงขึ้นมานี่จะเสียใจแค่ไหน
บางคนอาจจะคิดว่าไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก แต่จริงๆแล้วความรู้สึกแบบนี้มันเจ็บมากครับ
ณ ตอนนี้ส่วนใหญ่จะบอกว่าอยากจะเดินออกมาตรงจุดนั้นเสียให้ได้
เพราะมีเพื่อนผมคนหนึ่งที่เจอเหตุการณ์แบบนี้
วันนี้ที่เกิดเรื่องเป็นวันที่ผมเองผมก็ตกใจ เพราะว่าสองคนนี้เขาดูเหมือนจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
และดูแล้วถ้าจะพัฒนาต่อไปให้มากไปกว่าเพื่อนก็คงไม่ยากเพราะเห็นเข้าใจกันดี
แต่วันนี้น้องผู้หญิง ร้องไห้มาหาผม และบอกว่าเพื่อนผมผู้ชายมีแฟนแล้วแต่เขาไม่รู้
พอน้องเขาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังผมนี่ก็เข้าใจความรู้สึกเลยครับ วันนั้นเป็นวันเสาร์น้องผู้หญิงบอกว่านัดกันกับเพื่อนผมจะไปกินข้าวหลังเลิกงาน
พอลงจากลิฟล์ ก็เดินออกมา ก็เจอผู้หญิงคนนึงถือช่อดอกไม้เดินมา
แล้วก็มายื่นให้เพื่อนชาย แล้วเพื่อนชายก็กอดกับผู้หญิงคนนั้น
และก็แนะนำตัวให้รู้จักว่า นั่นคือแฟนของเขา นั่นยังไม่เท่าไหร่หรอกครับ เพื่อนชายของผมก็ชวนน้องผู้หญิงไปกินข้าวตามปกติและบอกว่า
นัดกับแฟนมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว และก็บอกแฟนแล้วว่าจะมีเพื่อนไปด้วย
ซึ่งก็คือน้องผู้หญิงคนนี้ ไงหละครับ เป็นผู้อ่านจะไปไหมหละครับ
และพอผมถามว่าแล้วไม่รู้มาก่อนเลยเหรอว่าเขามีแฟนแล้ว
น้องก็บอกว่าไม่รู้ แต่เขาก็จะมาปรึกษาบ่อยๆ ว่ามีเพื่อนเขาไม่เข้าใจกับแฟนบ้าง
เพื่อนไม่เข้าใจกับแฟนบ้าง แฟนเพื่อนติดต่อไม่ได้บ้าง และอีกหลายๆอย่าง
และขอทำแนะนำจากน้องผู้หญิงว่าจะทำไงได้บ้างให้แฟนเพื่อนเข้าใจ อืม แต่พอ ณ
ตอนนี้แล้วก็คงพอเข้าใจได้แล้วหละครับว่า จริงๆแล้วคงไม่ใช่ เพื่อนหรอกที่มีปัญหา
แต่คงเป็นเพื่อนชายของผมนี่เองที่มีปัญหา
เหตุการณ์แบบนี้แน่นอนครับย่อมมีคนหนึ่งคนที่เสียใจ
และอีกหนึ่งคนที่อาจจะเสียใจเช่นเดียวกัน แต่ก็คงไม่มากเท่ากับอีกคน
คนที่เสียใจผมก็ขอให้สามารถออกมาจากตรงจุดนั้นให้ได้นะครับ
แล้วคุณจะเจอความสุขที่แท้จริง
ตรงที่คุณยืนอยู่มันไม่ได้เป็นจุดที่สุขที่สุดหรอกครับ แต่เป็นจุดที่เจ็บมากที่สุด
เสียใจที่สุด ถ้าห่างออกมาได้ก็อยากให้ห่างออกมานะครับ


